วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

เขาสามมุข

เขาสามมุข เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงควบคู่กับหาดบางแสน เป็นทั้งที่ตั้งของศาลเจ้าแม่สามมุขอันศักดิ์สิทธิ์  และเป็นจุดชมวิบนยอดเขาสูงที่มีฝูงลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ไปเล่นน้ำที่หาดบางแสน ก่อนกลับบ้าน มักจะแวะเที่ยวที่นี่เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นบริเวณที่มีร้านอาหารทะเลอร่อย ๆ อยู่หลายร้าน
 
          ศาลเจ้าแม่สามมุข เป็นศาลเจ้าจีนที่ตั้งอยู่ภายใต้หลืบผาหิน บริเวณเชิงเขาสามมุขด้านทิศเหนือหันหน้าออกสู่ทะเล โดยย้ายมาจากบริเวณด้านตะวันตกของเขาสามมุข ศาลแห่งนี้มักมีผู้คนแวะมากราบไหว้ขอพร และบนบานกันอยู่เสมอ โดยผู้ที่ได้รับผลสำเร็จตามคำขอจะแก้บนโดยการจุดประทัด และซื้อสร้อยมุขมาถวายแด่รูปปั้นเจ้าแม่  นับเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชาวจีน ฮ่องกง และไต้หวัน นิยมปฏิบัติกันมาก ชั้นบนของศาลเจ้าแม่ฯ เป็นวิหารพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ให้สักการะ บริเวณหน้าวิหารมีระเบียงชมวิวทะเลด้วย
 
          จุดเด่นอีกอย่าง คือ ฝูงลิงป่า ที่อาศัยอยู่บนเขาหินลูกนี้มาแต่เดิม พวกมันมักจะออกมาอวดโฉมเพื่อขออาหารกันอยู่ตลอดวัน ลิงป่าที่นี่มีจำนวนนับพันตัว และบางตัวค่อนข้างดุ จึงต้องระวังด้านความปลอดภัยด้วย

หาดบางแสน

หาดบางแสน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยมาช้านาน มีถนนตัดเลียบหาดเคียงคู่ไปกับทิวมะพร้าว ถัดเข้าไปมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และที่พักเรียงรายอยู่จำนวนมาก นักท่องเที่ยวนิยมไปนั่งพักผ่อนชมทิวทัศน์ทะเลกันบนเก้าอี้ผ้าใบบนชายหาด พร้อมมีบริการห่วงยางให้เช่าว่ายน้ำ มีเรือบานาน่าโบ๊ต จักรยานให้เช่า และห้องอาบน้ำจืด ทุกวันหยุดหาดบางแสนจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นชายหาดขนาดใหญ่ที่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุด จึงสามารถเดินทางแบบไปเช้า-เย็นกลับได้

วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวง

วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวง เดินป่าศึกษาธรรมชาติ,เที่ยวน้ำตก

บางแสนสอง

บางแสนสอง  ตั้งอยู่ที่บ้านหินเพิง ตำบลท่าเรือ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปประมาณ 53 กิโลเมตร บรรยากาศโดยรอบของชายหาดริมทะเลสาบน้ำจืดเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ สวยสะดุดตาเมื่อพระอาทิตย์ฉายส่องลงมาในยามเย็นกระทบกับทิวเขาภูเก้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง กิจกรรมกีฬาทางน้ำที่น่าสนใจก็คือ การบริการให้เช่าจักรยานน้ำ, บานาน่า โบ๊ต, ห่วงยาง นอกจากนี้ยังมีบริการอาหารเลิศรสที่ปรุงจากปลาภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ได้แก่ ปลานิล, ปลาตะเพียน, ปลาช่อน, ฯลฯ ช่วงเทศกาลสำคัญ หรือ วันหยุด มักจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมธรรมชาติ และเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมาก 

บึงแก่นนคร

บึงแก่นนคร อยู่ในเมืองขอนแก่น พื้นที่ประมาณ 600 ไร่เศษ เป็นสถานที่พักผ่อนของคนในเมือง

เขื่อนอุบลรัตน์

เขื่อนอุบลรัตน์ เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน สร้างกั้นลำน้ำพอง ตรงช่องตเขาแนวต่อของเทือกเขาภูพานและภูพานคำ บริเวณเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการท่องเที่ยวครบครัน เป็นที่นิยมไปพักผ่อนกันมากตลอดเวลา

อุทยานแห่งชาติภูเวียง

อุทยานแห่งชาติภูเวียง อำเภอภูเวียง เป็นภูเขาสลับซับซ้อน โค้งเป็นวงล้อมรอบที่ราบซึ่งมีป่าไม้นานาพันธุ์ และสัตว์ป่านานาชนิด มีน้ำตกสวยงาม และมีการค้นพบซากไดโนเสาร์อยู่หลายแห่งในบริเวณเขตอุทยานมีสองพันธ์ คือ พันธุ์กินพืช ชื่อ ซอโรพอต มีการตั้งชื่อว่า "ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่" และพันธุ์กินเนื้อ ชื่อ "ไทเรนโนเสาร์" และมีการตั้งชื่อว่า "สยามโอไทเรนนัส อีสานเอนซิส" มีพระพุทธรูปสมัยทวาราวดีสลักไว้บนหน้าผาก รถยนต์เข้าถึงได้ แหล่งท่องเที่ยวได้แก่ ซากไดโนเสาร์, พระพุทธไสยาสน์, ถ้ำฝ่ามือแดง, ถ้ำคนนอน, ร่องน้ำจั่น, น้ำตกทับพญาเสือ, น้ำตกตาดจำปา, ทุ่งกูกติ, น้ำตกตาดกลาง, น้ำตกตาดฟ้า, ทุ่งใหญ่เสาอาราม, อ่างเก็บน้ำหัวภูชน, หินลาดกกกุ่ม, สุสานหอย, ถ้ำหินลาดหัวเมย,น้ำตกวังสักสิ่ว, น้ำตกตาดฮางริน, หินลาดป่าชาด, น้ำตกซำจำปา, โปร่งยุบ

อุทยานแห่งชาติภูเก้า - ภูพานคำ

ชมทิวทัศน์,ชมประวัติศาสตร์,ล่องแพ/ล่องเรือ,เดินป่าศึกษาธรรมชาติ,เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา,เที่ยวน้ำตก แหล่งท่องเที่ยวได้แก่ ถ้ำเรขาคณิต และถ้ำมึ้ม, ทิวทัศน์ริมทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์และเกาะแก่งต่าง ๆ, หามต่าง หรือหามตั้ง, น้ำตกตาดฟ้า, รอยเท้านายพรานและรอยตีนหมา, หอสวรรค์

กู่พระโกนา

 กู่พระโกนา ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ หมู่ที่ 2 ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ การเดินทาง จากจังหวัดร้อยเอ็ดเดินทางตามทางหลวงสาย
215 ผ่านอำเภอเมืองสรวง แล้วเข้าสาย 202 ผ่าน อ.สุวรรณภูมิ จากนั้นเข้าสาย214 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร ถึงกู่พระโกนา
ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร จากตัวจังหวัดปัจจุบันมีวัดสร้างอยู่ในบริเวณเดียวกัน มีถนนเป็นทางแยกเข้าไป ทางด้านซ้ายมือ
ด้านหน้าจะเป็นสวนยางกู่พระโกนาประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 องค์ บนฐานศิลาทรายเรียงจากเหนือ – ใต้ทั้งหมดหันหน้าไปทาง
ทิศตะวันออก มีกำแพงล้อม และซุ้มประตูเข้า – ออกทั้งปรางค์องค์ กลางถูกดัดแปลงเมื่อ พ.ศ. 2471 โดยการฉาบปูนทับ
และก่อขึ้นเป็นชั้น ๆ แต่ละชั้นมีซุ้มพระทั้ง 4 ทิศ หน้าปรางค์องค์กลางชั้นล่างสร้างเป็นวิหาร พระพุทธบาท ประดับเศียรนาค 6 เศียร
ของเดิมไว้ด้านหน้าส่วน ปรางค์อีก 2 องค์ ก็ได้รับการบูรณะจากทางวัด เช่นกัน แต่ไม่ถึงกับเปลี่ยนรูปทรงอย่างปรางค์องค์กลาง
์ปรางค์องค์กลางถูกดัดแปลงเมื่อ พ.ศ. 2471 โดยการฉาบปูนทับและก่อขึ้นเป็นชั้น ๆ แต่ละชั้นมีซุ้มพระทั้ง 4 ทิศ หน้าปรางค์องค์กลาง
ชั้นล่าง สร้างเป็นวิหาร มีพระพุทธบาทประดับ เศียรนาค 6 เศียรของเดิมไว้ด้านหน้า ส่วนปรางค์ อีก 2 องค์ ก็ได้รับการบูรณะจากทาง
วัดเช่นกันแต่ไม่ถึงกับเปลี่ยนรูปทรงอย่างปรางค์องค์กลาง ปรางค์องค์ทิศเหนือ ทางวัดสร้างศาลาครอบ ภายในมีหน้า
บันสลักรามายณะและประทับสลัก ภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่ที่เดิมคือเหนือประตูทาง ด้านหน้า  ส่วนทับหลังประตูด้านทิศตะวันตก
หล่นอยู่บน พื้นเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑปรางค์องค์ทิศใต้ยังคงมีทับหลังของเดิมเหนือประตูหลอกด้านทิศเหนือเป็นภาพเทวดานั่งชันเข่า
ในซื้อเรือนแก้วเหนือหน้ากาลนอกจากนี้ ทางด้านหน้ายังมีทับหลังหล่นที่พื้นเป็นภาพพระอิศวรประทับนั่งบนหลังโคและมีเสานางเรียง
วางอยู่ด้วย สันนิษฐานว่ากู่พระโกนาเดิมคงจะมีสะพานนาคและทาง เดินประทับเสานางเรียงทอดต่อจากซุ้มประตูหน้าไปยัง
สระน้ำหรือบาราย ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร จากรูปแบบลักษณะทางศิลปกรรมทั้งหมดของภาพสลัก และเสากรอบประตู
ซึ่งเป็นศิลปะขอม ที่มีอายุในราว พ.ศ. 1560-1630 (แบบปาปวน) สันนิษฐานว่ากู่พระโกนาคงจะสร้างขึ้นในราว พุทธศตวรรษที่ 16

ปรางค์กู่

 ปรางค์กู่ หรือปราสาทหนองกู่ ตำบลมะอึอำเภอ ธวัชบุรี หรือสายร้อยเอ็ด – โพนทอง ประมาณ 8 กิโลเมตร
มีทางแยกด้านขวามือ เข้าปรางค์กู่ประมาณ 1กิโลเมตรเลี้ยวซ้ายอีกครั้งเข้าวัดศรีรัตนารามปรางค์กู่ตั้งอยู่ภายในวัดปรางค์กู่
เป็นกลุ่มอาคารที่มีลักษณะแบบ เดียวกันกับอาคารที่เชื่อกันว่า คือ อโรคยศาสล ตามที่ ปรากฏในจารึกปราสาทตาพรหม
อันประกอบด้วยปรางค์ ประธาน บรรณาลัย กำแพงพร้อมซ้อมประตูและสระน้ำ นอกกำแพง โดยทั่วไปนับว่าคงสภาพเดิมพอควร
โดย เฉพาะปรางค์ประธานชั้นหลังคาคงเหลือ 3 ชั้น และ มีฐานบัวยอดปรางค์อยู่ตอนบนอาคารอื่นๆ แม้หักพังแต่ ทางวัดก็ได้จัดบริเวณ
ให้ดูร่มรื่นสะอาดตา นอกจากนี้ภายในกำแพงด้านหน้าทางทิศตะวันออก เฉียงใต้ ใต้ยังพบโบราณวัตถุอีกหลายชิ้นวางเก็บ
รักษาไว้ใต้อาคารไม้ ได้แก่ทับหลังหินทรายสลัก เป็นภาพบุคคล นั่งบนหลังช้างหรือวัว ภายใน ซุ้มเรือนแก้วหน้ากาล
จากการสอบถามเจ้าอาวาส วัดศรีรัตนาราม กล่าวว่าเป็น ทับหลังหน้าประตูมุข ของปรางค์ประธาน เสากรอบประตู 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่ง
มีภาพสลักรูปฤาษีที่โคนเสาศิวลึงค์ขนาดใหญ่ พร้อมฐานที่ได้จากทุ่งนาด้านนอกออกไป และชิ้น ส่วนบัวยอดปรางค์ ซึ่งถูกดัดแปลง
เป็นฐานของพระสังกัจจายน์ปูนปั้น กำหนดอายุุว่าสร้างราว พุทธศตวรรษที่ 18

สถานที่แสดงพันธ์สัตว์น้ำ

   สถานที่แสดงพันธ์สัตว์น้ำตั้งอยู่ที่ถนนสุนทรเทพ(หน้าวัดบึงพระลานชัย) ตำบลในเมือง อำเภอเมือง เป็นอาคาร 2 อาคารเชื่อม
ต่อกันอาคารแรกประกอบด้วยห้องโถง ห้องบรรยายห้องนิทรรศการ สำนักงาน ห้องจำหน่ายบัตรและของที่ระลึก ส่วนอาคารที่ 2
เป็นอาคารสองชั้น ชั้นล่างเป็น ส่วนแสดงพันธุ์สัตว์น้ำประกอบด้วยตู้ปลาขนาดเล็กที่ ฝังอยู่ในผนังรอบ ๆ อาคาร จำนวน 24 ตู้
กลางอาคาร เป็นตู้ปลาขนาดใหญ่ 1 ตู้ กว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตรสับเปลี่ยนหมุนเวียนกับตู้แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่ป่วย ด้านนอกของ
ตัวอาคารจะมีการจัดภูมิทัศน์ให้เหมาะสมแก่ตัวอาคาร โดยจัดเป็นสวนหย่อมและปลูกไม้ดอกไม้ประดับโดยรอบของตัวอาคาร
พร้อมทั้งจัดให้ ้มีลานจอดรถสำหรับผู้เข้าชมอีก 2 จุด มีอุโมงค์แก้ว ผ่านกลางตู้สำหรับให้ผู้เข้าชมเดินชมได้อย่างใกล้ชิด ชั้นบนของ
้อาคารเป็นบ่อพักน้ำ ถังกรองน้ำบ่อพัก และสำรองพันธุ์สัตว์น้ำไว้สำหรับสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดนี้
เปิดทุกวันเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น.
อัตราค่าเข้าชม เด็ก 5 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท และชาวต่างประเทศ 30 บาท

ทุ่งกุลาร้องไห้

เป็นทุ่งกว้างใหญ่ของภาคอีสาน มีพื้นที่กว้างประมาณ 2 ล้านไร่ มี
อาณาเขตครอบคลุมถึง 5 จังหวัด คือ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดร้อยเอ็ด
จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดยโสธรสาเหตุที่ทุ่งกว้างแห่งนี้ได้
ชื่อว่าทุ่งกุลาร้องไห้ นั้นก็ด้วยมีเรื่องเล่ากันว่า พวกกุลาซึ่งเป็นพวกที่เดินทาง
ค้าขาย ระหว่างเมืองต่าง ๆ ในสมัยโบราณได้ชื่อว่าเป็นนักต่อสู้ คือมี
ความเข้มแข็ง อดทนเป็นเยี่ยม แต่เมื่อพวกกุลาเดินทางมาถึงทุ่งนี้
ได้รับความทุกข์ยากเป็นอันมากจนถึงกับร้องไห้เพราะ ตลอดทุ่งนี้ไม่มีน้ำ
หรือต้นไม้ใหญ่เลยฤดูแล้งแผ่นดินก็แห้งแตกเป็นระแห่ง ปัจจุบันทุ่งกว้างใหญ่นี้
ได้รับการพัฒนาจากส่วนราชการ และหน่วยงานต่าง ๆบางแห่งก็ทำการ
เกษตรกรรม จนกลายเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน
หรือบางแห่งก็ใช้ เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ซึ่งนับแต่จะมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นเรื่อย ๆ
ศูนย์พัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ห่างจากที่ว่าการอำเภอสุวรรณภูมิ 6 กิโลเมตร
เลยกู่พระโกนาไปเล็กน้อย

บึงเกลือ

 บึงเกลือ(บุ่งเกลือ) อยู่ในเขตตำบลเมืองไพรอำเภอเสลภูมิ ห่างจากตัวอำเภอ
เสลภูมิไปทางทิศตะวันออกประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่
มีเนื้อที่ 7,500 ไร่ ริมบึงมีหาดทรายขาวสะอาดกว้างขวางในวันหยุดจะมี
นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนกันมาก

วนอุทยานผาน้ำย้อย

สถานที่ตั้ง 
         วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม (ผาน้ำย้อย)ตั้งอยู่ที่ บ้านโคกกลาง ต.ผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด (ห่างจาก อ.หนองพอก 13 กม. ถนนสายหนองพอก-เลิงนกทา) มูลเหตุในการก่อตั้งวัด  เมื่อปี พ.ศ.2493-2494 ท่านพระอาจารย์ศรี มหาวีโร ได้ธุดงค์มาเจริญสมถกัมมัฎฐา่นเพื่อแสวงหาความสงบ ครั้นต่อมาเมื่อ พ.ศ.2493-2500 ท่านพระอาจารย์ได้พาพระภิกษุซึ่งเป็นศิษย์
มาปฏิบัติธรรม ซึ่งสถานที่แห่งนี้แต่ก่อนเป็นป่าดงดิบสภาพป่า สวยงามตามธรรมชาติ มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่สาเหตุที่ได้ชื่อว่า
ผาน้ำย้อย เพราะภูเขาลูกนี้มีสภาพเป็นหน้าผาสูงชัน มีน้ำตกไหลหยดย้อยตลอดเวลาทั้งปีคล้ายกับน้ำตกจากชายคา เมื่อชาวบ้านเจ็บป่วยก็จะได้น้ำ ณ จุดนี้ไปดื่มกิน เพื่อรักษาโรคตามความเชื่อจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ได้ชื่อโดยสมบูรณ์ว่า วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ครั้นต่อมา สภาพป่าถูกทำลายเนื่องจากประชาชนได้ลักลอบ ตัดไม้บางกลุ่มก็เข้าไปทำไม้แปรรูปขาย บางกลุ่มก็เข้าไปทำลายเพื่อเข้าไปอาศัยอยู่ปฏิบัติเพื่ออุดมการณ์ จึงเป็นสาเหตุให้ทางราชการได้พยายาม หาวิธีปราบปราม
ด้วยวิธีต่างๆ ต่อมาได้พิจารณาเห็นความสำคัญของพุทธศาสนาว่า พระพุทธศาสนาเป็นที่รวมจิตใจของประชาชนได้ เพราะพระพุทธศาสนาได้สอนให้คนเป็นคนดี มีความรักหมู่รักคณะ เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอัน จะนำความสงบมั่นคงให้แก่ประเทศ
ชาติ บ้านเมืองได้ ดังนั้นในปี พ.ศ.2517 น.อ.ประสิทธิ์ ทองใบใหญ่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ในสมัยนั้น จึงได้กราบนิมนต์ท่าน พระอาจารย์ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อให้ท่านพิจารณาตั้งวัดเป็นการถาวรขึ้น เพื่อจะได้ใช้สถานแห่งนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรม และอบรมสั่งสอนศีลธรรมให้กับประชาชน ตามหลักของพระพุทธศาสนา ซึ่งตามแนวปฏิบัติ
ของท่าน พระอาจารย์ศรี มหาวีโร ท่านได้ปฏิบัติเคร่ง- ครัดในธุดงควัตร และการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อันเป็นเหตุผลให้ความตรึงเครียด
้ทางด้านการเมือง การก่อการร้ายลดลง และได้้หมดไปในที่สุด ดังที่ได้เห็นในขณะนี้ และในปีนี้นั้นเอง ท่านได้ส่งพระมาจำพรรษา จำนวน 5 รูป ซึ่งมี หลวงปู่ บุญศรี ญาณธมฺโม รวมอยู่ด้วย เนื้อที่ของวัดมีประมาณ 28,000 ไร่ และยังได้ปลูกต้นไม้เสริมขึ้นอีก 300,000 ต้น
เสนาสนะและสิ่งสำคัญ
 
เริ่มพัฒนาปี พ.ศ. 2517-2546
 
    1. สร้างอ่าง เหมืองฝายเก็บกักน้ำขนาดใหญ่จำนวน 3 แห่ง ข้างล่าง 2 แห่ง และบนเขาอีก 1 แห่ง
      2. สร้างศาลาการเปรียญขนาดใหญ่ กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร
     3. สร้างศาลาหอฉันท์ 2 ชั้น กว้าง 25 เมตร ยาว 40 เมตร จุพระเณรได้ประมาณ 1,000 รูป
      4. สร้างสำนักงานเลขาพระ 2 ชั้น คอนกรีตเสริม เหล็ก กว้าง 5 เมตร ยาว 20 เมตร
     5. สร้างตำหนักสมเด็จพระสังฆราช กว้าง 20 เมตร ยาว 20 เมตร
     6. สร้างตึกรับรองพระเถระ คอนกรีต 2 ชั้น กว้าง 8 เมตร ยาว 25 เมตร จำนวน 2 หลัง
     7. สร้างโรงครัว กว้าง 15 เมตร ยาว 25 เมตร จำนวน 1 หลัง
     8. สร้างที่พักสำนักแม่ชี จำนวน 1 หลัง
     9. สร้างกุฏิกัมมัฎฐาน ข้างล่างและข้างบนเขา จำนวน 700 หลัง
     10.สร้างห้องน้ำ-ห้องส้วม ไว้ 19 แห่ง มีห้องส้วม จำนวน 200 หัอง
     11.สร้างถังเก็บน้ำฝนขนาดใหญ่ มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-10 เมตร จำนวน 6 ถัง
     12. สร้างถนนขึ้นหลังเขาผาน้ำย้อย (ลาดยาง) ความยาว ประมาณ 10 กม.
     13. สร้างพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ขนาดใหญ่บนเขา ผาน้ำย้อย ขนาดความกว้าง-ความยาว 101 เมตร ความสูงจากพื้นถึงยอดเจดีย์ 109 เมตร และมีพระเจดีย์ องค์เล็กรองลงมา 8 องค์ รายล้อมทั้ง 8 ทิศ
     14. สร้างวิหารคต เรียงรายรอบองค์พระมหา เจดีย์ชัยมงคล
     15. สร้างกำแพงเอนกประสงค์ล้อมรอบพระมหาเจดีย์ฯ ภายในกำแพงมีห้องน้ำ-ห้องส้วม 1,000 ห้อง พร้อมที่พักรอบพระมหาเจดีย์ ยาว 3,500 เมตร สูง 5 เมตร หนา 4 เมตร โครงสร้างคอนกรีต เสริมเหล็ก
     16. สร้างตำหนักสมเด็จพระสังฆราชบนเขาผา น้ำย้อย 1 ตำหนัก
     17. สร้างตึกรับรองหลวงปู่ บนหลังเขา 1 หลัง
     18. สร้างกำแพงด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง 3 เมตร ยาวรอบวัดประมาณ 120 กม. คลุมพื้นที่วัด 28,000 ไร่ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์

บึงพลาญชัย

ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองร้อยเอ็ด ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด มีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางบึงน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 2
แสนตารางเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งเป็นสวนไม้ดอกขนาดใหญ่ มีพันธุ์ไมต่างๆ ร่มรื่นและในบึงน้ำมีปลาชนิดต่างๆ
หลายพันธุ์มากมาย มีเรือสำหรับให้ประชาชนได้พายเล่นในบึง นอกจาก นั้นยังใช้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลของจังหวัด รวมทั้ง  
จัดมหรสพต่างๆ ภายในบึงพลาญชัยยังมีสิ่งก่อสร้างที่น่า สนใจ คือ
  
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นที่เคารพบูชาของชาว ร้อยเอ็ด 
พระพุทธรูปปางลีลาขนาดใหญ่ กลางสวนดอกไม้
พานรัฐธรรมนูญ และนาฬิกาดอกไม้
ภูพลาญชัย มีลักษณะเป็นสวนสัตว์และน้ำตกจำลอง
สนามเด็กเล่น นกชนิดต่างๆ สวนสุขภาพ เป็นสวนออกกำลังกาย เพื่อให้ประชาชนได้ออก กำลังกาย อันเป็นการเสริมสร้าง
พลานามัยแก่ชาว ร้อยเอ็ด 

เนินมหัศจรรย์

จุดผ่านเล็กๆ บนทางหลวงหมายเลข 2258 สาย นางั่ว- สะเดาะพง ระยะทางประมาณแค่ 10  เมตร ที่สร้างความมหัศจรรย์ให้กับผู้ทดลอง กับภาพลวงตา ที่สูงกลายเป็นที่ต่ำ รถไหลขึ้นที่สูงได้อย่างไร ต้องลองดู

ไร่บีเอ็น

สถานที่จำหน่ายของที่ระลึก ผลผลิตทางการเกษตรเมืองหนาวที่สวยงาม มีการจัดสวนตกแต่งสถานที่ด้วยไม้ดอกไม้ประดับ และพันธุ์ไม้หายากหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีสวนผลไม้ การปลูกพืชผักประเภทต่างๆ เหมาะสำหรับการศึกษาระบบทัศนศึกษาเชิงเกษตรกรรม

น้ำตกแก่งโสภา

น้ำตกริมทางหลวงหมายเลข 12 เขตอ.วังทอง จ.พิษณุโลก ผ่านชั้นหินขนาดใหญ่ รุนแรงในช่วงฤดูฝน แวะพักเล่นน้ำ ปูเสื่อ สั่งข้าวเหนียวไก่ย่าง ส้มตำ และน้ำตก ก่อนเดินทางต่อไป

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

เมืองแห่งดอกไม้เมืองหนาว สัมผัสบรรยากาศความหนาวเย็นอันดับต้นๆของเมืองไทย สถานีทดลองเกษตรที่สูง แปลงปลูกดอกไม้ พิชิตยอดภูเรือชมทะเลหมอกระดับความสูง 1365 ม.

น้ำตกศรีดิษฐ์

เป็นน้ำตกหินชั้นขนาดใหญ่ มีน้ำตกตลอดทั้งปี  เป็นที่พักผ่อน รับประทานอาหาร ลงเล่นน้ำ และซื้อของที่ระลึกของจากชาวเขา เดิมเคยเป็นที่อยู่ของกลุ่ม ผกค. ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน และสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่างที่บริเวณริมน้ำตก

แก่งบางระจัน

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการ เป็นแหล่งที่พบหอยก้นตัด ปลาพุงขนาดใหญ่ (ปัจจุบันสงวนเป็นแหล่งขยายพันธุ์) และแหล่งที่อยู่อาศัยของแมงกะพรุนน้ำจืด พบเป็นประเทศที่ 5 ของโลก

วนอุทยานน้ำตกธารทิพย์

น้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 26 เมตร กว้างราว 30 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี สวยงามตระการตา และยังเป็น ต้นน้ำของห้วยน้ำคล้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดธารน้ำไหล จนกลายเป็นน้ำตก ชั้นเล็กๆ ลดหลั่นไป ตลอดสาย

อุทยานตาดหมอก

น้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียวไหลลงมาจากหน้าผาสูงเด่น มีความสูง 750 เมตร สภาพป่าโดยรอบเป็นป่าสมบูรณ์เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่นานาชนิด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 1800 เมตรตามเส้นทางเดินเท้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ลานหินแตก ลานหินปุ่ม น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร น้ำตกศรีพัชรินทร์ น้ำตกหมันแดง น้ำตกผาลาด น้ำตกตาดฟ้า ธารพายุ เรียนรู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้กับผกค. ผาชูธง พิพิธภัณฑ์การสู้รบ โรงเรียนการเมืองการทหาร

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งหญ้าสะวันนากว้างใหญ่ ที่กลายเป็นทุ่งหมอกในยามเช้า เที่ยวชมธรรมชาติของป่าสะวันนา สัมผัสบรรยากาศทุ่งป่าสน และทุ่งดอกไม้ป่าสีสันแปลกตา ที่ทุ่งนางพญา และทุ่งโนนสน

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

สัมผัสบรรยากาศหนาวเย็นสุดขั้ว หลากหลายเส้นทางเดินป่า ชมความสวยงามของป่าสน สวนสนป่าแปก สวนสนภูกุ่มข้าว จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกถ้ำผาหงษ์ พระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่ภูค้อ น้ำตกเหวทราย

ภูทับเบิก

สุดยอดบรรยากาศบนภูสูงที่สุดของเพชรบูรณ์ อากาศหนาวเย็นตลอดปี ชมวิว 360 องศาบนความสูง 1768 เมตร ไร่กะหล่ำปีกว้างไกลสุดสายตา สัมผัสชีวิตชาวเขากันอย่างใกล้ชิด

Palio Khao Yai


Palio Khao Yai สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งบันเทิงแห่งใหม่ของเขาใหญ่ ซึ่งหุ้นส่วนเป็นเจ้าของเดียวกับ
Pri-mo Posto สร้างด้วยด้วยถาปัตยกรรมแบบอิตาลี โดยได้ออกแบบและก่อสร้างเป็นกลุ่มอาคารถนนคนเดิน ด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปโบราณ Palio Khao Yai จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหมที่กำลังจะได้รับ ความ นิยมจากนักท่องเที่ยวในไม่ช้านี้ที่จะทำให้ นักท่องเที่ยวอย่างเราตื่นตาตื่นใจแห่งการช้อปปิ้งกับ อาณาจักรใหม่ เหมือนจำลองเมืองยุโรปขนาดย่อมมาไว้ที่นี่ เขาใหญ่

Palio Khao Yai ได้ออกแบบและก่อสร้างเป็นกลุ่มอาคารถนนคนเดินด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป มีร้านเล็กๆเป็นแนวลดหลั่นเรียงกัน รอต้อนรับลูกค้า และผู้มาเยือนจากที่ต่างๆ ประมาณ 120 ร้านค้า โดยการจัดสรรพื้นที่บริการและขายสินค้าหลายประเภท เช่น ของแต่งบ้าน เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ งาน design ต่าง ๆ ร้านไวน์ Coffee Shop, Pub& Restaurant, Bakery ร้านเสริมสวย Spa ร้านขายยา ร้านขายหนังสือ ศูนย์อาหาร ร้าน IT ฯลฯ

รวมทั้ง อีกหลากหลายพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ได้แก่ สวนหย่อม น้ำพุ ลานอเนกประสงค์ สำหรับจัดการแสดง หรือ
ดนตรี หรือเปิดตัวสินค้าใหม่ ห้องแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ และห้องพักบูติค แต่ละร้านจะได้รับการออกแบบ ให้มีสไตล์ และเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่กลมกลืนไม่แปลกแยก ในภาพรวม ประกอบกับภูมิทัศน์ล้อมรอบ ที่ดำรง ความเป็นธรรมชาติของเขาใหญ่